10 อันดับ คอนโดที่แพงที่สุด ในกรุงเทพฯ

0
28320

10 อันดับ คอนโดที่แพงที่สุด ในกรุงเทพฯ

อันดับ 1.1  โครงการ MahaNakhon

001_Mahanakorn

ราคา 200,000-400,000 บาท/ตรม. เริ่มต้น 9-300 ล้านบาท “โครงการมหานคร” เป็นอาคารสูง 77 ชั้น สูงที่สุดในประเทศไทยคือ 310 meters ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก นายโอเล เชียเรน พาร์ทเนอร์ของ Office for Metropolitan Architecture หรือ โอเอ็มเอ และเป็นสถาปนิกโครงการซีซีทีวีของกรุงปักกิ่ง

ศูนย์รวมของไลฟสไตล์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 9 ไร่ ใจกลางศูนย์กลางธุรกิจติดกับสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี เชื่อมโยงระหว่างถนนสีลมและสาทร เป็นโครงการแบบ mixed-use โครงการแรกที่สื่อถึงความเป็นกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว โครงการมหานครประกอบไปด้วย มหานครแสควร์ สวนสาธารณะกลางแจ้งที่จะเป็นจุดพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ มหานครเทอร์เรซเซส ซึ่งมีพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์สุดหรู ที่มีสวนสวยร่มรื่นและระเบียงกระจายอยู่ทั่วบริเวณร้านอาหาร คาเฟ่ตามชั้นต่างๆ และกูเมต์มาร์เก็ตที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ จำนวน 200 ยูนิต ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะได้รับการดูแลและบริหารจัดการโดยเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน โรงแรมบางกอกเอดิชั่น บูทีคโฮเต็ลจำนวน 150 ห้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการออกแบบและบริหารงานโดย เอียน เชรเกอร์ นักการโรงแรมผู้มีชื่อเสียง และ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยสกายบาร์และร้านอาหารบนดาดฟ้าเอาท์ดอร์ที่สูงที่สุดในโลกที่ 310 เมตร

อันดับ 1.2 โครงการ THE SUKHOTHAI RESIDENCES

002_The sukhothai residences

ราคา 200,000 – 400,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 28 – 400 ล้านบาท “เดอะ สุโขทัย เรสซิเด้นท์” เป็นคอนโดสูง 41 ชั้น สร้างบนพื้นที่ 7 ไร่ 1 อาคารกับจำนวน 350 ยูนิต ตั้งอยู่ที่สวนพลู ซอย 8 ถนนสาทร ถือได้ว่าเป็นการผสมผสานการออกแบบระดับโลก และการบริหารจัดการระดับโรงแรม luxury

อันดับ 2 โครงการ 185 Rajadamri

005_185 Rajdamri

ราคา 179,000 – 380,000บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 12 – 332 ล้านบาท “โครงการ 185 ราชดำริ” พัฒนาเป็นอาคารสูง 35 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 268 ยูนิต มูลค่า 9,600 ล้านบาท สร้างบนที่ดิน 4ไร่1งาน63ตรว. นอกจากจะอยู่ในทำเลที่ถือว่าดีที่สุดแล้ว ยังเป็นโครงการราคาแพงที่ผู้ซื้อมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ ผิดกับโครงการอื่นที่สิทธิที่ดินเป็นการเช่า ทำให้เทียบกับโครงการในระดับเดียวกันแล้ว 185 ราชดำริขายในราคาที่ถูกกว่ามาก โดยลูกค้ากลุ่มเป้ายหมาย เป็นคนไทย 70% ที่เหลือจะไปโรดโชว์ในต่างประเทศทั้งยุโรปและอเมริกา

อันดับ 3.1 Baan Ratchadamri

003_baan ratchadamri

ราคา 220,000 -320,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 60 -132 ล้านบาท “โครงการ บ้านราชดำริ”  คอนโดมิเนียมหรู 26 ชั้น เพียง 30 ยูนิต แต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 262-415ตารางเมตร พร้อมทั้งแบ่งสัดส่วนอย่างลงตัวด้วย 3 ห้องนอนใหญ่ และ 4 ห้องน้ำ ที่ดิน 379 ตารางวา

อันดับ 3.2 The Residences at the St. Regis

004_St. Regis

ราคา 215,000-240,000  เริ่มต้น 69-218 ล้านบาท “โครงการ เดอะ เรสซิเด้นท์ แอท เดอะ เซ้นต์ รีจิส” พัฒนาในรูปแบบของโรงแรมและห้องชุดพักอาศัย ตั้งอยู่บนถนนราชดำริ บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ จำนวน 1 อาคาร สูง 47 ชั้น จำนวน 53 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท ในส่วนของเรสซิเดนท์เริ่มจากชั้นที่ 25 ถึงชั้นที่ 45 ประกอบด้วยห้องพักขนาด 3 และ 4 ห้องนอน, ห้องดีลักซ์และห้องเพนต์เฮาส์ โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 320-920 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 69-218 ล้านบาท โดยจะมีการปรับราคาขายทุกเดือน ทั้งนี้ คาดว่าหากในส่วนของโรงแรมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทมีแนวโน้มปรับราคาขายเพิ่มขึ้นถึง 15-20%

โครงการเดอะ เรสซิเดนเซส แอท เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และสตาร์วูด โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ออกแบบอาคารโดยบริษัท Brennan Beer Gorman Architects ที่นิวยอร์ก และตกแต่งภายในโดยบริษัท Brennan Beer Gorman Monk interiors ซึ่งเป็นแนวคิดการนำเอกลักษณ์ความเป็นไทยของศตวรรษนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่ง ส่วนของโรงแรมเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว โดยอยู่บนชั้นที่ 12-23 จำนวน 227 ห้อง ส่วนชั้นที่ 24 เป็น The Astor Residence Lounge หรือคลับส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยสวนสไตล์เขตร้อนเอกลักษร์แบบ bill Benslay จากบริษัท Benslay Design Studio รวมถึงภายในที่เป็นได้ทั้งห้องประชุม ห้องอเนกประสงค์ และห้องนั่งเล่นส่วนตัว รวมถึงห้องออกกำลังกาย จากุชซี่ ห้องอบไอน้ำ และสระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่งจะเปิดห้องบริการเฉพาะส่วนของเรสซิเดนท์เท่านั้น

ขณะนี้มียอดขายแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 680 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขาย 27 ยูนิต โดยแบ่งเป็นขนาด 3 และ 4 ห้องนอน เหลือขาย 25 ยูนิต และห้องดูเพล็กซ์ เพนต์เฮาส์ อีก 2 ยูนิต พร้อมสระว่ายน้ำ ซึ่งราคาดังกล่าวจะขยับขึ้นชั้นละ 0.6% ส่วนกลุ่มลูกค้าแบ่งเป็นคนไทย 50% และต่างชาติ 50% ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย สำหรับส่วนกลยุทธ์ในการขายยูนิตที่เหลือนั้นทางบริษัทได้วางแผนที่จะเชิญแขกพิเศษเข้ามาชมโครงการ สัมผัสบรรยากาศของโครงการอย่างแท้จริง

อันดับ 4 Q Langsuan

007_Q Luangsuan

ราคา 175,000-250,000บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 12.8 -126 ล้านบาท “โครงการ Q. Langsuan” เป็นอาคารสูง 36 ชั้น 1 อาคาร 1 อาคาร บนพื้นที่ 2 ไร่ 48 ตร.วา. ขนาด 75 – 515 ตร.ม. ตั้งอยู่บนถนนหลังสวน ใจกลางกรุงเทพฯ ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจ การค้า และการลงทุน จุดเด่นของโครงการ อยู่ที่ได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ผ่านโทนสีขาว ทอง สมบูรณ์แบบเข้ากับทุกยุค ทุกสมัย ภายในได้ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัว โดยใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมทั้งหมด หรูหราด้วยการเทก วิว หน้าต่างช่วงกว้าง ซึ่งสูงจากพื้นเพียง 55 เซนติเมตร ขณะที่ความสูงจากพื้นถึงเพดานสูงถึง 3 เมตร ทำให้ทุกพื้นที่ดูโปร่งมากยิ่งขึ้น ไฮไลท์ของโครงการอยู่ที่ชั้น Penthouse ซึ่งสามารถมองเห็นวิวมุมกว้างของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของสวนลุมพินีได้อย่างชัดเจน พร้อมรู้สึกถึงความปลอดภัยด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งภายใน และภายนอกอาคารตลอด 24 ชั่วโมง

อันดับ 5 Quattro by Sansiri

014_Quattro

ราคาเฉลี่ย 200,000 บาท/ตร.ม. เริ่มที่ 9 – 38.4 ล้านบาท “โครงการควอทโทร บายแสนสิริ” เป็นคอนโดหรู 2 อาคาร สูง 28 ชั้น และ 36 ชั้น บนพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน รวมทั้งสิ้น 446 ยูนิต เริ่มตั้งแต่ 49.50 – 295.50 ตร.ม. ตั้งอยู่บนทำเลทองหล่อ ซอย 4 ถนนสุขุมวิท 55

อันดับ 6  Saladaeng Residence

008_Saladeang

ราคา 170,000 – 260,000 บาท/ตร.ม. เริ่มที่ 10-102 ล้านบาท “โครงการศาลาแดง เรสซิเดนเซส” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ในสุดยอดทำเลซอยศาลาแดง ด้วยแนวคิดดีไซน์ที่โดดเด่น ควบคู่กับการสร้างบรรทัดฐานใหม่และยกระดับสภาพแวดล้อมในการพักอาศัยและการทำงาน ศาลาแดง เรสซิเดนเซส เป็นโครงการอาคารสูง 25 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 5 ชั้นสำหรับจอดรถ ประกอบด้วยทั้งหมด 132 ยูนิต แบ่งเป็นประเภทหนึ่งห้องนอน สองห้องนอน และสามห้องนอน ขนาดพื้นที่เริ่มตั้งแต่ 60 ตารางเมตร จนถึงเพนต์เฮาส์ขนาด 393 ตารางเมตร ด้วยราคาขายตั้งแต่ 170,000 – 260,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเริ่มต้นของยูนิตอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตัวโครงการมูลค่า 2,500 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่ 584 ตารางวา

อันดับ 7.1 Le Raffine ‘Jambu Dvipa’ Sukhumvit 39

009_Le Rafราคา 160,000-224,500 บาท/ตรม.เริ่มที่  27-157 ล้านบาท “โครงการ Le Raffine ‘Jambu Dvipa’ Sukhumvit 39″ เปิดอย่างเป็นทางการในเดือน ตุลาคม 2548(2005) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ตำนานชมภูทวีป เป็นที่พักอาศัยในระดับ Premium Class โดยเริ่มต้นราคาขายที่ 22 ล้าน ถึง 86 ล้านบาทหรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 94,000 บาท(ราคาเมื่อปี 2548) ทุก ๆ ยูนิตมีสระว่ายน้ำ มีทั้งสิ้น 33 ชั้น จำนวน 59 ยูนิต ขนาด 250 – 400 ตร.ม. รวมมูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท บนเนื้อที่ 2 ไร่ นอกจากนี้ยูนิตที่แพงสุดราคา 86 ล้านบาทมีเพียง 1 ยูนิตเท่านั้นเป็นคอนโดมิเนียมแบบดูเพล็กซ์อยู่ระหว่างชั้นที่ 33ต่อขึ้นไปยังชั้น 34 โดยจะเสียค่าส่วนกลางเดือนละประมาณ 24,000 บาท ส่วนยูนิตที่ถูกสุดราคาประมาณ 22 – 25ล้านบาท จะมีด้วยกัน 16 ยูนิตเท่านั้น

อันดับ 7.2 Noble Plenchit

006_Noble plenchit

ราคา 180,000 – 220,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 7.2 – 44 ล้านบาท “โครงการ โนเบิล เพลินจิต” สร้างบนพื้นที่ 9 ไร่ 92.40 ตร.วา.โดยเป็นพื้นที่สวน 4 ไร่ เป็นคอนโดสูง 3 อาคาร 14 ชั้น, 46 ชั้น และ 51 ชั้น รวมทั้งสิ้น 1,442 ยูนิต ลิฟท์ส่วนตัวทุกยูนิต ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ติดรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิตและห้างเซ็นทรัลชิดลม

อันดับ 8 แมกโนเลียราชดำริ บลูเลอวาร์ด

015_Macnolia

ราคา 170,000 – 200,000 บาท/ตร.ม. เริ่มที่ 8.8 – 80 ล้านบาท “โครงการ แมกโนเลีย ราชดำริ บลูเลอวาร์ด” เป็นคอนโดสูง 1 อาคาร 60 ชั้น จำนวน 316 ยูนิต ขนาด 48 – 360 ตร.ม. สร้างบนพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน เป้นคอนโดมิเนียมหรู ตั้งอยู่บนทำเลทองของถนนราชดำริ ออกแบบโดยได้แรงบรรดาลใจจากกลีบดอกแมกโนเลีย ทำให้มีความโดดเด่นอ่อนช้อยและสวยงาม สามารถมองเห้นวิวเมืองกรุงเทพฯได้จากทุกยูนิต

อันดับ 9.1  Royce Private Residences

010_Roy Residences

ราคา 135,000 – 200,000 บาท/ตร.ม.เริ่มที่ 15 – 92 ล้านบาท “โครงการ รอยซ์ ไพรเวท เรสซิเด้นส์” รอยซ์ ไพรเวท เรสซิเดนท์ส เป็นคอนโดมิเนียมสูง แบบฟรีโฮลด์ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 31 ทำเลใจกลางเมือง ได้ถูกออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียมในระดับ super luxury ที่รวมเอาสุดยอดความหรูหราและความเป็นส่วนตัวไว้อย่างเหนือระดับ ด้วยมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาทที่คัดสรรคุณภาพสูงสุดให้แก่ผู้อยู่อาศัย และมีแนวคิดการออกแบบในสไตล์รอยัล วิคตอเรียน คอนเทมโพรารี่

รอยซ์ ไพรเวท เรสซิเดนท์ส แบ่งเป็นอาคาร A – 39 ชั้น และอาคาร B – 25 ชั้น จัดวางกันคู่กันได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยพื้นที่สวนสวยกว้างขวาง ที่จะให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสถึงธรรมชาติ โดยทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการรวม 3 ไร่ 3 งาน 6 วา ด้วยจำนวนห้องชุดทั้งหมด 165 ยูนิต มีขนาดที่แตกต่างกันตั้งแต่ 111.7-462 ตารางเมตร ในรูปแบบ 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, 4 ห้องนอน และห้องแบบเพนท์เฮาส์ โดยแต่ละยูนิต ได้รับการออกแบบจัดส่วนของห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่นได้อย่างเหมาะสมและลงตัว โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15-92 ล้านบาท ตารางเมตรละ 150,000 บาท
นอกจากนี้ โครงการนี้ ยังมอบสิ่งพิเศษอื่นๆ ที่เหนือระดับให้สำหรับผู้พักอาศัยอีกด้วย ตั้งแต่ในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งมีคุณภาพสูง ชุดครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับเวิลด์คลาส ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ เตาอบ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า รวมไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยแบบกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมการ์ดส่วนตัว และที่จอดรถใต้ดินเพียงพอสำหรับ 300 คัน ด้วยความเป็นสุดยอดของโครงการระดับหรู ‘รอยซ์ ไพรเวท เรสซิเดนท์ส’ ได้รังสรรค์บรรยากาศของตัวโครงการที่เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ ด้วยการจัดสวนสไตล์อังกฤษ หรือ English Courtyard สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 50 เมตร สระจากุซซี่ 2 สระ และกิจกรรมต่างๆ ในไพรเวทคลับเฮาส์ อันได้แก่ เคาน์เตอร์บาร์ ซิการ์เลานจ์ ห้องสปาส่วนตัว ฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องแอโรบิค ห้องโยคะ รวมทั้งห้องซาลอน อีกด้วย

อันดับ 9.2 The Met

011_The Met

ราคา 130,000 – 200,000 บาท/ตร.ม. เริ่มที่ 12 – 109 ล้านบาท “โครงการเดอะเมท” เป็นคอนโดสูง 66 ชั้น 1 อาคาร มีทั้งหมด 370 ยูนิต แบ่งเป็น 2 ห้องนอน, 4 ห้องนอน และเพ้นเฮ้าส์ ขนาด 92 -108 ตร.ม. บนพื้นที่ 7 ไร่ ทำเลทองบนถนนสาทร ติดกับสถานทูตสิงคโปร์ ใกล้ BTS ช่องนนทรี

อันดับ 9.3  The Park Chidlom

015_Park chidlom

ราคา 130,000 – 200,000บาท/ตร.ม. เริ่มที่ 18-128 ล้านบาท “โครงการ เดอะ พาร์ค ชิดลม” ว่ากันว่า “หรูหรา” ไม่แพ้โครงการไหนในช่วงสุขุมวิทซอยต้นๆ เพราะเคาะราคาขายเริ่มต้นที่ตารางเมตรละ 1 แสนบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 5.5 ไร่ สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือ ด้านถนนชิดลมและซอยสมคิด โดยพื้นที่ร่วม 60% ถูกกันไว้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ตัวโครงการมีทั้งหมด 2 อาคาร อาคารแรกชื่อว่า “สมคิด” สูง 35 ชั้น และอาคาร “ชิดลม” สูง 28 ชั้น รวมทั้งหมด 219 ยูนิต

สำหรับตึกสมคิดยูนิตจะค่อนข้างใหญ่ เริ่มจากชั้นที่ 2-25 เป็นห้องขนาด 3 ห้องนอน + 1 มีให้เลือก 2 ขนาด คือพื้นที่ใช้สอย 257 ตารางเมตร และ 287 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ยูนิตละ 27 ล้านบาท คำว่า “บวกหนึ่ง” หมายถึงลูกค้าสามารถเลือกปรับจากแฟมิลี่รูม (ห้องนั่งเล่น) เป็นห้องนอนก็ได้ ส่วนชั้น 26-35 เป็นห้องเพนต์เฮาส์แบบดูเพล็กซ์ หรือคอนโดฯ 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 643 ตารางเมตร มีทั้งหมด 10 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขายอีกเพียง 2 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 70 ล้านบาท
ส่วนตึกชิดลม ชั้นที่ 1-21 เป็นห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 140-148 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 16 ล้านบาท ส่วนชั้นที่ 22-26 เป็นห้องขนาด 3 ห้องนอน + 1 พื้นที่ใช้สอย 299 ตารางเมตร และชั้นที่ 27-28 เป็นห้องเพนต์เฮาส์ จำนวน 2 ยูนิต (ชั้นละ 1 ยูนิต) พื้นที่ใช้สอย 530 ตารางเมตร ปัจจุบันเหลือขายเพียงยูนิตเดียว ราคา 70 ล้านบาท

ตัวอาคารออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Art Deco ที่ถอดแบบมาจากคอนโดฯในนิวยอร์ก ให้ความรู้สึกหรูหรา ส่วนตัวและเป็นธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่ความสูงของห้องวัดจากพื้นจดเพดานอยู่ที่ระดับ 2.8 เมตร แต่ละอาคารยังมีลิฟต์ทั้งหมด 6 ตัว แยกเป็นลิฟต์ส่วนตัว 4 ตัว สำหรับผู้พักอาศัยโดยเฉพาะ และลิฟต์ส่วนกลางอีก 2 ตัว พร้อมควบคุมการใช้ลิฟต์ด้วยระบบ “คีย์การ์ด” ไฮเทคสมราคา ทุกห้องยังใช้กระจกกันความร้อนที่ออกแบบพิเศษเป็นกระจก 2 ชั้นๆ หนาแผ่นละ 6 มิลลิเมตร โดยเว้นช่องว่างตรงกลาง 12 มิลลิเมตร เพื่อช่วยลดรังสีความร้อนและป้องกันเสียงจากภายนอก นอกจากนี้ยังแถมชุดครัว “ไฮ-ลามิเนต” ที่มีให้เลือก 12 เฉดสี ที่ดูไฮเทคมากๆ คือหน้าเตาแบบ “induction” ที่ใช้ระบบสนามแม่เหล็ก จะทำปฏิกิริยาเฉพาะวัตถุที่เป็นเหล็กแต่เมื่อเอามือไปแตะจะไม่รู้สึกว่าร้อน พร้อมแถมแอร์ Daikin และไม้ปูพื้นลามิเนตที่ทำจากไม้จริงขณะที่พื้นที่ส่วนกลางชั้นกราวนด์ฟลอร์ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันระหว่าง 2 อาคาร สร้างสระว่ายน้ำจึงถูกออกแบบให้ยาวถึง 97 เมตร พร้อมสนามเด็กเล่น คอร์ตเทนนิส สวนหย่อม คอนโดฯหรูระดับนี้ ถ้าไปอยู่ในเมืองนิวยอร์ก ปารีส โตเกียว ทางเจ้าหน้าที่โครงการยืนยันว่า ต้องจ่ายแพงกว่านี้ 3 เท่าทั้งหมดเป็นแค่ความหรูหราส่วนหนึ่งเท่านั้น

โครงการเดอะพาร์ค ชิดลม เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์อาร์ตเดคอร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่ครึ่ง ประกอบด้วย 2 อาคารคือ อาคารสมคิด สูง 35 ชั้น และอาคารชิดลม สูง 28 ชั้น จำนวน 219 ยูนิต โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 5.3หมื่น ตารางเมตรๆละ 110,000-140,000 บาทกลุ่มลูกค้าที่ซื้อมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และคามแผนบริษัทเหมราชฯได้ตังวงเงินสำรองเพื่อซื้อที่ดินในเมืองหรือย่านใจกลางธุรกิจ(ซีบีดี)ทำโครงการที่อยู่อาศัยไว้ 500-1,000 ล้านบาท

อันดับ 10.1 Prive by Sansiri

2005 --- Pale Green Chair Beside Black and White Lamp --- Image by © Dana Hoff/Beateworks/Corbis

ราคา 165,000 – 185,000 บาท/ตร.ม.เริ่มต้น 9 – 55 ล้านบาท “โครงการ Prive’ by SANSIRI”  ตั้งอยู่บริเวณซอยร่วมฤดี ใกล้ถนนวิทยุ บนเนื้อที่ 1-0-59 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมแบบ High-Rise สูง 14 ชั้น สไตล์ Classical Contemporary จำนวน 78 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 54-67 ตารางเมตร, ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 93-104 ตารางเมตร, ห้องชุดแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 136 ตารางเมตร, ห้องชุด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำขนาด 152-169 ตารางเมตร และห้อง Penthouse ขนาด 263-294 ตารางเมตร โดยทุกห้องเน้นการตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสูง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, ห้องอบไอน้ำแยกชาย-หญิง, อินเตอร์เน็ตไร้สาย, บริการรถรับส่งสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ราคาขายเริ่มต้นที่ 9 ล้านบาท

“โครงการ Prive’ by SANSIRI มีความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งที่ถือว่าเป็นที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยในใจกลางเมือง การเลือกชื่อโครงการที่สะท้อนการใช้ชีวิตที่พิเศษเหนือใคร การออกแบบดีไซน์ภายในโครงการ อาทิ การร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง DÉCOR MART ในการนำเฟอร์นิเจอร์ของ Armani Casa มาใช้ในการตกแต่ง Lobby ให้มีความสวยงามและหรูหรา รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษทุกยูนิตเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรู ของบริการระดับโลกจาก Quintessentially ซึ่งเป็นบริการ Concierge Service ผู้ช่วยบริการจัดการด้านไลฟ์สไตล์จากประเทศอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมที่มีความหรูหราและโดดเด่นเช่นนี้ จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเหมือนกับโครงการต่างๆ

อันดับ 10.2  The Infinity

013_The Infinity

ราคา 125,000 – 180,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้น 14 – 68 ล้านบาท “โครงการ ดิ อินฟิติตี้ คอนโนมิเนียม” เปิดตัวปี2548 และเป็นโครงการแรกในสังคมอภิสิทธิ์ของ สาทร สแควร์ ตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นคอนโนมิเนียมอยู่อาศัยเหนือระดับที่หรูหราที่สุดในกรุงเทพฯ โดยตั้งอยู่บนทำเลที่ดีเยี่ยม บริเวณหัวมุมถนนสาทร ตัดกับถนนนราธิวาส ราชนครินทร์ จึงดึงดูดผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อในราคาสูงถึง 159,000 บาท ต่อตารางเมตร สำหรับยูนิตหรู 2 และ 3 ห้องนอน อาคารสูง 35 ชั้นนี้ได้รับวิวแบบพาโนรามา สามารถเห็นกรุงเทพฯ ได้โดยรอบทิศ ดิ อินฟินิตี้ฯ ได้รับการออกแบบจากบริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทิร์นเนอร์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากดอกกล้วยไม้ของไทย ซึ่งมีลักษณะและรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ห้องพักอาศัยทั้ง 123 ยูนิต มีโครงสร้างเสมือนกลีบดอกกล้วยไม้ ที่ยื่นออกมาจากโครงสร้างหลักของอาคาร ทำให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับวิวโดยรอบอย่างใกล้ชิด และเป็นส่วนตัว ทุกห้องได้รับการตกแต่งภายในอย่างเหนือชั้นและมีรสนิยม ด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม อาทิ หินอ่อนนำเข้าจากประเทศอิตาลี พื้นไม้ปาร์เก้เกรดพิเศษ เพดานที่สูงถึง 3 เมตร และที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของห้องทุกห้องคือ ห้องน้ำที่ออกแบบให้สามารถสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้กว้างถึง 270 องศา

โครงการ ดิ อินฟินิตี้ คอนโนมิเนียม ขายหมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็วนับจากการเปิดตัว และเริ่มก่อสร้างในปี 2548 ด้วยมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยการก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนสามารถเริ่มรับรู้รายได้เมื่อต้นปี 2549 และจะสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ในปี 2551 ตามกำหนด

มร. วิลเลี่ยม วิลฟอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แผ่นดินทอง กล่าวว่า “ดิ อินฟินิตี้ เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะเราสามารถขายได้หมดก่อนสิ้นปี 2549 ทั้งนี้ การขายคอนโดมิเนียมครึ่งแรกของโครงการนั้นเป็นส่วนงานที่ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงนั้น การที่เราขายได้ 75% ของยูนิตทั้งหมดเป็นเพียงการคืนทุนเท่านั้น ในส่วนของกำไรจะมาจากการขาย 25% สุดท้าย” นอกจากนี้ มร. วิลฟอง ยังกล่าวเสริมอีกว่าโครงการ ดิ อินฟนิตี้ สามารถสร้างกำไรให้แก่แผ่นดินทองประมาณ 1 พันล้านบาท ก่อนหักภาษี ขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง บางยูนิต ของโครงการ ดิ อินฟินิตี้ ได้ถูกขายทอดในตลาดมือสองซึ่งสามารถสร้างกำไรให้กับผู้ซื้อรายแรกได้สูงถึง 5 ล้านบาท

ที่มา http://yourbangkokcondo.com/